sustainability

Sappe CSR
Sappe CSR

ธรรมาภิบาล

เซ็ปเป้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ
และความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และผู้บริโภคภายใต้แนวคิดดังกล่าว
บริษัทจึงมุ่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมีคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำขององค์กรทำหน้าที่กำกับดูแล
และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการเพื่อยกระดับ
แนวปฏิบัติให้มีความเป็นระบบและมีมาตรฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
670864000_18577040266028508_3437397498004257933_n
 
เพื่อให้แนวทางดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทจึงส่งเสริมการนำไปปฏิบัติในทุกระดับขององค์กร
อันเป็นการสร้างความเข้าใจและปลูกฝังวัฒนธรรมการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง

นโยบายของบริษัทครอบคลุมหลักการสำคัญทั้ง 5 หมวด
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและยกระดับการดำเนินงาน

1

สิทธิของผู้ถือหุ้น

(The Rights of Shareholders)

2

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

(The Equitable Treatment of Shareholders)

3

บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

(The Role of Stakeholders)

4

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

(Disclosure and Transparency)

5

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

(Responsibilities of the Board of Directors)

เป้าหมายการจัดการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

– ยกระดับการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Score :CG Score) ที่ระดับ 5 ดาว
ประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD)
– ส่งเสริมความหลากหลายของคณะกรรมการ โดยกำหนดสัดส่วนกรรมการหญิงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2569
– ไม่มีกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่มีนัยสำคัญ

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล โดยมีคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ทิศทาง
และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทในภาพรวม เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทในด้านต่าง ๆ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการพัฒนาความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีหน้าที่พิจารณา กลั่นกรอง และกำกับดูแลในประเด็นเฉพาะด้าน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการกำกับดูแลกิจการโดยรวม

สัดส่วน

คณะกรรมการ
บริษัท

สัดส่วนกรรมการที่เป็นผู้บริหาร

คิดเป็นร้อยละ 40

Progress Bar
0%

สัดส่วนกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คิดเป็นร้อยละ 60

Progress Bar
0%

สัดส่วนกรรมการอิสระ

คิดเป็นร้อยละ 50

Progress Bar
0%

สัดส่วนกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ

คิดเป็นร้อยละ 10

Progress Bar
0%

สัดส่วนกรรมการผู้หญิง

คิดเป็นร้อยละ 30

Progress Bar
0%
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยนำกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามแนวทางของ
Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) มาประยุกต์ใช้ในการระบุ ประเมิน และติดตามความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ครอบคลุมทั้งด้าน กลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย
เซ็ปเป้มุ่งเน้นการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายใน และการเสริมสร้างระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรม โดยยึดมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ รวมถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Collective Action Against Corruption: CAC) ซึ่งปัจจุบันยังคงดำรงสถานะการเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง และการกำกับดูแลด้านภาษีอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แนวทางดังกล่าวได้รับการกำกับดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่องโดยคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีนโยบายจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในระดับที่เหมาะสม โดยยึดหลักความยุติธรรมทั้งต่อบริษัทและบุคคล คำนึงถึงผลการดำเนินงานของบริษัท และความสอดคล้องกับธุรกิจ อุตสาหกรรมเดียวกัน สามารถสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและรักษามาตรฐานที่ดี รวมถึงเหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารแต่ละคน โดยค่าตอบแทนกรรมการบริษัท รวมถึงกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม 
 
ในส่วนของค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารนั้น คณะกรรมการบริษัทจะทำหน้าที่ทบทวนและอนุมัติเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานและเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนประจำปี รวมถึงพิจารณาอนุมัติการจ่ายค่าตอบแทนประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อตอบแทนผลงานที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้สร้างให้กับบริษัทและผลงานนั้นเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมาย โดยเกณฑ์การประเมินจะอยู่บนพื้นฐานของตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานทั้งตัวชี้วัดด้านผลประกอบการทางการเงินและตัวชี้วัดด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เช่น การยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้ครอบคลุมในทุกมิติมากที่สุดเท่าที่จะพึงปฏิบัติได้และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย มิติด้านการกำกับดูแลกิจการ การเพิ่มระดับความผูกพันเพื่อเสริมสร้างให้บุคลากรภายในองค์กรมีระดับความเป็นเจ้าของหรือความมีส่วนร่วมในองค์กรสูงขึ้น Employee Engagement (มิติด้านสังคม) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 มิติด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวชี้วัดที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งไว้
 
สำหรับในส่วนของค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง (C-Level) จะต้องได้รับการอนุมัติจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยขึ้นอยู่กับตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการทางการเงินของบริษัท รวมถึงการประเมินผลในด้านต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตและความยั่งยืนขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าค่าตอบแทนที่จ่ายสะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและการเติบโตในระยะยาวของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทใช้ความระมัดระวังในการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารของบริษัทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเป็นอัตราที่แข่งขันได้ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อที่จะดูแลและรักษาผู้บริหารที่มีคุณภาพไว้ ผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายเพิ่มมากขึ้น

ผลการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2568

– บริษัทได้รับ CG Score ระดับ 4 ดาว โดยได้คะแนนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการกำกับดูแลกิจการ โดยยังมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทได้รับ ESG Rating ระดับ A และคะแนน AGM Checklist เต็ม 100 คะแนน ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน
– บริษัทมีสัดส่วนกรรมการหญิงร้อยละ 30 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
– บริษัทไม่พบกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่มีนัยสำคัญ

Create your account