เซ็ปเป้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเคารพด้านสิทธิมนุษยชนกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และการดูแลด้านแรงงาน
จึงกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน โดยยึดหลักการปฏิบัติด้วยความเคารพ ให้เกียรติ เป็นธรรม และเท่าเทียมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ เซ็ปเป้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างต่อเนื่อง
เพื่อระบุประเมิน ป้องกัน ลดความเสี่ยง และจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย
ตลอดห่วงโซ่คุณค่า การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและกรอบมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบของบริษัท
ในการพัฒนาสังคมและส่งเสริมความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อให้ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทเกิดความยั่งยืน มีความสุข
และปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนรวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
เป้าหมายด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
– ไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานขององค์กร (0 กรณี)
– ไม่มีกรณีการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานและไม่เกิดข้อพิพาทด้านแรงงานจากการดำเนินงานขององค์กร (0 กรณี)
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
(Human Rights Due Diligence: HRDD)
เซ็ปเป้ดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธาน “เราจะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น ผ่านจิตวิญญาณที่สร้างสรรค์ของเรา” โดยยึดหลักการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ เป็นธรรม และเท่าเทียม
บริษัทจึงกำหนดกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) เพื่อระบุ ป้องกัน และจัดการผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่าน 6 ขั้นตอนเชิงกลยุทธ์
ตามแนวทางในนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
1.การประกาศพันธสัญญาและกำหนดแนวทางปฏิบัติ
(Policy Commitment)
บริษัทกำหนดให้คณะกรรมการ กรรมการบริหาร ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ
ทุกสัญชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
โดยนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานนี้ครอบคลุมไปถึงการส่งเสริมและสนับสนุน
ให้คู่ค้า ซัพพลายเออร์ พันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ร่วมยึดถือแนวทางปฏิบัติเดียวกันเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
2. การระบุความเสี่ยงและการประเมินผลกระทบ
(Assessing Impacts and Risks)
บริษัทดำเนินกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อคัดกรองประเด็นสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ
โดยมุ่งเน้นการประเมินในประเด็นวิกฤต ได้แก่ การป้องกันและรับรองว่า
จะไม่มีการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ หรือแรงงานนักโทษในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังรวมถึงการประเมินสภาพแวดล้อมการทำงาน
ให้อยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
และผลกระทบต่อสุขภาพอย่างสูงสุด
3.การกำหนดมาตรการจัดการและบูรณาการสู่กระบวนการทำงาน (Integrating and Acting)
บริษัทนำมาตรการจัดการความเสี่ยงมาปฏิบัติใช้ในหน้างานจริง
เพื่อลดโอกาสการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
การจ้างงานและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
ปฏิบัติต่อแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ หรือสภาพร่างกาย พร้อมทั้งดูแลชั่วโมงการทำงาน วันหยุด
และค่าตอบแทนให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ส่งเสริมการรวมกลุ่มและจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ เพื่อเป็นช่องทางให้พนักงาน
มีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางพัฒนาสภาพการจ้างงานและสวัสดิการต่างๆ
การกำกับดูแลคู่ค้า
สื่อสารนโยบายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนไปยังคู่ค้าและซัพพลายเออร์ เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดการแรงงานที่เป็นธรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
4. การติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพ
(Monitoring)
บริษัทกำหนดให้มีการตรวจสอบภายในและการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการจัดการสิทธิมนุษยชนถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการนำข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ รายงานการใช้แรงงาน และผลประเมินความพึงพอใจมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
5.การรายงานผลและความโปร่งใส
(Communicating and Reporting)
บริษัทมุ่งเน้นการสื่อสารผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเปิดเผยและโปร่งใสผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี (Sustainability Report) เพื่อแสดงจุดยืนในฐานะองค์กรที่มุ่งสร้างความสุขและความยั่งยืนให้แก่สังคมตามปณิธานขององค์กร
และเพื่อรายงานต่อผู้มีส่วนได้เสียภาคส่วนต่างๆ ถึงความคืบหน้าในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
6.กลไกการแจ้งเบาะแสและการเยียวยา (Grievance and Remediation)
เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสมบูรณ์และโปร่งใส บริษัทได้จัดให้มีระบบรับเรื่องร้องเรียนและกระบวนการเยียวยาที่เข้มงวด ดังนี้
ช่องทางแจ้งเบาะแสที่เข้าถึงได้
พนักงานและบุคคลภายนอก
สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน
หรือพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
โทรศัพท์: (+66) 2 319 4949
อีเมล: compliance@sappe.com
และ/หรือ contact@sappe.com
ช่องทางอื่นๆ
ตู้รับความคิดเห็นภายในบริษัท และการแจ้งผ่าน
ผู้บังคับบัญชาโดยตรงมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
(Non-Retaliation)
บริษัทรับรองความลับสูงสุด
และมีนโยบายคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูลโดยสุจริต
โดยรับรองว่าจะไม่ถูกกลั่นแกล้งเลิกจ้าง
หรือได้รับผลกระทบทางลบใด ๆ
เพื่อรักษาความเป็นอิสระของระบบตรวจสอบ
กระบวนการสอบสวนและเยียวยา
หากพบการละเมิดจริง บริษัทจะดำเนินการ
สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว
และเป็นกลาง พร้อมพิจารณาบทลงโทษ
ทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับอย่างเด็ดขาด
และจัดให้มีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม
และเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบในทุกกรณี
ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยความเสียหาย
หรือการคืนสิทธิที่สูญเสียไป
การจัดการแรงงาน
เซ็ปเป้ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยตระหนักว่าพนักงานเป็นผู้มีส่วนได้เสียสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร
สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของประเทศไทย และหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจ
กับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights)
ค่าตอบแทน ชั่วโมงการทำงาน และสวัสดิการที่เป็นธรรม
เซ็ปเป้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และการทำงานล่วงเวลาอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดค่าจ้างและผลตอบแทนที่เป็นธรรมให้แก่พนักงาน
ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อสร้างแรงจูงใจและความมั่นคงในการทำงานของพนักงาน โดยโครงสร้างค่าตอบแทนครอบคลุมเงินเดือน ค่าล่วงเวลา เงินสมทบประกันสังคม
เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสวัสดิการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกันสุขภาพกลุ่ม ทุนการศึกษาบุตร สิทธิวันลาพักร้อน วันลาตามประเพณี
และวันลาเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น เพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่เหมาะสมและเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
สัดส่วนเข้าร่วมกองทุน
สำรองเลี้ยงชีพ ปี 2568
0
