มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

1.นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data protection policy)

ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึง ข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ”

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
  1. ชื่อ, นามสกุล, ที่อยู่ และ/หรือ สถานที่ติดต่อ, เบอร์โทรศัพท์ และ Email
  2. ชื่อ, รูปภาพ รวมไปถึงข้อมูลต่างบน Social Network ของท่าน
  3. ข้อมูลคุกกี้

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

1. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากขั้นตอนการใช้บริการต่าง ๆ ของเรา ดังนี้
  1. ขั้นตอนการสมัครใช้บริการกับเรา หรือขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ กับเรา
  2. จากความสมัครใจของท่าน ในการทำแบบสอบถาม หรือการโต้ตอบทาง Email หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างเราและท่าน
  3. เก็บจากข้อมูลการใช้ Website ของเราผ่าน Browser Cookies ของท่าน
  4. การติดต่อซื้อขายกับเรา ผ่านช่องทางต่าง ๆ

2. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม

เราอาจได้รับข้อมูลของท่านจากบุคคล หรือนิติบุคคลที่เราจัดจ้างเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาจได้รับข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Email โทรศัพท์ เอกสาร หรือการติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ ของเรา

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

  1. เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา เพื่อส่งสินค้า หรือบริการของเราให้แก่ท่าน
  2. เพื่อการควบคุมคุณภาพ และปรับปรุงการให้บริการของเรา เพื่อให้ท่านได้รับบริการอย่างดีที่สุด
  3. เพื่อการให้บริการ หรือการดูแลท่านหลังจากการใช้บริการ และ/หรือการซื้อสินค้าจากเรา
หมายเหตุ: ท่านควรระบุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลให้ชัดเจนและรัดกุมที่สุด เพื่อเป็นการกำหนดกรอบในการประมวลผล และเพื่อให้เจ้าของข้อมูลพิจารณาให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูล

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว เราจะดำเนินการดังนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน [ ] เก็บรวบรวม เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งระบบดังกล่าวมีระบบรักษาความปลอดภัย และควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลดังกล่าว [ ] ใช้ เราอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ข้างต้น ทั้งนี้ การนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้จะมีขั้นตอนในการรักษาความปลอดภัย และจำกัดการเข้าถึง [ ] เปิดเผย เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานภายในองค์กร หรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น โดยเราจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างดีที่สุด

การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

  1. ลักษณะการเก็บ: จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะ Soft Copy และ/หรือ Soft File
  2. สถานที่จัดเก็บ: เก็บไว้ในระบบ Computer ของหน่วยงาน IT รวมถึง Cloud ที่เราใช้บริการ
  3. ระยะเวลาจัดเก็บ: เป็นไปตามหัวข้อระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  4. เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ เราจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ลำดับ ประเภท / รายการข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาประมวลผล
1 ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตน อาทิ ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร Email 10 ปี นับแต่วันที่เลิกสัญญา
2 ชื่อ, รูปภาพ รวมไปถึงข้อมูลต่างบน Social Network ของท่าน 1 ปี นับแต่วันที่เราจัดเก็บข้อมูล
3 ข้อมูล Cookies 1 ปี นับแต่วันที่เราจัดเก็บข้อมูล

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
  2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
  3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
  4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
  5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
  7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ DPO หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายของเราได้ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้น โดยเราจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันที่เราได้รับคำร้องขอ

กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างการใช้บริการ เราอาจส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาด และการส่งเสริมการตลาด สินค้า หรือการให้บริการของเรา หากท่านไม่ประสงค์รับข้อมูลดังกล่าว ท่านสามารถยกเลิกความยินยอมได้ทุกเมื่อ ส่ง Email แจ้งความจำนงได้ที่ pdpa@sappe.com

คุกกี้ คืออะไร

คุกกี้คือข้อมูลตัวอักษรขนาดเล็กซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตของท่าน เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา คุกกี้จะช่วยให้เราทราบว่าท่านใช้งานเว็บไซต์ของเราอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน และการให้บริการแก่ท่านให้ดียิ่งขึ้น

ประเภทของ Cookies ที่เราใช้

  1. คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies)
  2. คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Site Functionality Cookies)
  3. คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ วัดผลการทำงานของเว็บไซต์ (Site Analytical and/or Performance Cookies)

การจัดการ Cookies

ท่านสามารถตรวจสอบนโยบายการใช้งานคุกกี้ของเราได้โดยละเอียดผ่านนโยบายการใช้งานคุกกี้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของเราและการใช้งาน Website ของเราเท่านั้น หากท่านกด Link ไปยัง Website อื่น ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Website นั้น ๆ แยกต่างหาก

การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน นโยบายความเป็นส่วนตัวถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อ 21 พฤษภาคม 2565

ช่องทางการติดต่อ

ชื่อ: คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) สถานที่ติดต่อ: 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 ช่องทางการติดต่อ: 02-319-4949 Email: pdpa@sappe.com
ในกรณีที่เราหรือลูกจ้างพนักงานของเราฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลได้ ระยะเวลาในการติดต่อ / ร้องเรียน เราจะติดต่อกลับไปยังท่านภายใน 3 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ท่านได้ติดต่อเข้ามา ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565
2.หนังสือแจ้งดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มีการจัดเก็บไว้ก่อนที่ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ใช้บังคับ

หนังสือแจ้งการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มีการจัดเก็บไว้ก่อนที่

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้บังคับ

เรียน บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ต่อไปในหนังสือฉบับนี้จะเรียกว่า “บริษัท” ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวกับธุรกิจของท่าน ต่อไปในหนังสือฉบับนี้จะรวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมายไทย เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อไปในหนังสือฉบับนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.ฯ” ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 นี้ บริษัทจึงได้จัดทำหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ไว้กับทางบริษัทก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฯ จะมีผลบังคับใช้ ตามที่บริษัทได้เก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้ให้ไว้กับบริษัทไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท ในฐานะพนักงาน ลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการของบริษัท หรือฐานะอื่น ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฯ จะมีผลใช้บังคับ บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทจะเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม ที่ทางบริษัทได้ทำการจัดเก็บและใช้อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านเป็นลายลักษณ์อักษร หรือกฎหมายอนุญาตให้กระทำเช่นนั้น หากบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่ได้มีการจัดเก็บก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฯ มีผลใช้บังคับ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหลักการและวิธีการที่ พ.ร.บ.ฯ กำหนด โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามประกาศความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่ท่านให้ไว้กับบริษัท ก่อนที่ พ.ร.บ.ฯ จะมีผลบังคับใช้ โดยติดต่อบริษัทผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้

ช่องทางการติดต่อ

รายละเอียดผู้ควบคุมข้อมูล

ชื่อ: คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) สถานที่ติดต่อ: 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 ช่องทางการติดต่อ: 02-319-4949 Email: pdpa@sappe.com

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

3.ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy notice ) สำหรับลูกค้า

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับลูกค้า

ของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ

เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆในอนาคต บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) (ต่อไปในประกาศฉบับนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) จึงจัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)ของบริษัท และบริษัทในเครือนี้ เพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัท ปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ได้แก่ วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีอัตโนมัติ หรือไม่ก็ตาม ที่ทำให้สามารถเข้าถึง หรือพร้อมใช้งานโดยการจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัด หรือการห้ามเข้าถึง การลบ หรือการทำลาย

บริษัทจึงขอแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านอ่าน และทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่างๆ ภายใต้ประกาศฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

กลุ่ม หรือประเภทของบุคคลที่บริษัท ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ประกาศ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัท ทำการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย

1.

“ลูกค้า”

หมายถึง บุคคลที่ซื้อสินค้า และ/หรือใช้บริการจากบริษัท และ/หรืออาจจะซื้อสินค้า และ/หรือใช้บริการจากบริษัท หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษะคล้าย เช่นผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน หรือผู้ที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูล หรือขอรับบริการจากบริษัท และบริษัทในเครือ เป็นต้น

2.

“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า”

หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือตัวแทนของลูกค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคลากรใดๆ ของลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล และรวมถึง ผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฎในเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้จัดการ ผู้สั่งซื้อ ผู้รับสินค้า และผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น

วิธีที่บริษัท เก็บรวบรวม และรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. บริษัทเก็บรวบรวม และรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง

ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทโดยตรง เช่น

– เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชมแก่บริษัท ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในรูปแบบลายลักษณ์อักษร หรือวาจา ผ่านทางเว็ปไซต์ แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล์ โทรสาร ไปรษณีย์ การพบปะกันโดยตรง หรือวิธีการอื่นใด

– เมื่อท่านแสดงเจตนาเพื่อซื้อสินค้า หรือใช้บริการจากบริษัท เข้าทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท หรือส่งมอบเอกสารต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่ให้แก่บริษัท

– เมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด การจับสลากชิงโชค งานอีเว้นท์ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นโดย หรือในนามของบริษัท เป็นต้น

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากบุคคลภายนอก

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจองท่านมาจากบุคคลภายนอก เช่น

– การเก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการต่างๆของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการเว็ปไซต์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการพื้นที่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ผู้ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์ และแนะนำสินค้า/บริการ และผู้ให้บริการรวบรวมข้อมูล เป็นต้น

– บางกรณีบริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้า ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง หรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว

2. ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่างๆ ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้กำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

3. กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทจะเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่บริษัทได้แจ้งไว้แก่ท่านในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกความยินยอมได้ โดยติดต่อมายังบริษัท ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในท้ายของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่าน และดำเนินการตามฐานประมวลผลที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวม และประมวลผลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอกได้แก่

1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ลายมือชื่อ เป็นต้น

2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สถานที่จัดส่งสินค้า สถานที่จัดส่งใบแจ้งหนี้ หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ ไอดีผู้ใช้สำหรับไลน์แอปพลิเคชัน (Line ID) และข้อมูลผู้ที่สามารถติดต่อได้ เป็นต้น

3. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับร้านค้า หรือสถานประกอบการของลูกค้า (เช่น ชื่อ เลขทะเบียน สถานที่ตั้ง และข้อมูลการติดต่อ) เป็นต้น

4. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขาย เช่น รหัสลูกค้า รายละเอียดการสั่งซื้อ (อาทิ สินค้าที่ต้องการ จำนวน และคุณภาพ) และรายละเอียดการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า (อาทิ วันที่สั่งซื้อสินค้า ประเภทสินค้า สาขาที่เกี่ยวข้อง และปัญหาที่พบ) เป็นต้น

5. ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น จำนวนเงิน วงเงินสินเชื่อ เงื่อนไขการชำระเงิน เลขที่บัญชี ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฎในใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน และใบหักบัญชีเงินฝาก เป็นต้น

6. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการลงทะเบียนเป็นลูกค้ากับบริษัท หรือในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนการค้า สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แบบฟอร์มลงทะเบียน สำเนาเอกสารสิทธิที่ดิน ใบขอเปิดหน้าบัญชีลูกค้า หนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาภพ.09/20 แผนที่ เอกสารที่เป็นหลักประกัน (ถ้ามี) (เช่น หนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Guarantee) และหนังสือค้ำประกันโดยบุคคล) สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม และใบส่งสินค้า เป็นต้น

7. ข้อมูลอื่นๆ เช่น พฤติกรรม หรือแนวโน้มในการซื้อสินค้า และ/หรือบริการ บันทึกเสียงการสนทนา และบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

วัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานประมวลผลตามกฎหมาย
1 เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนการสมัครเป็นลูกค้า หรือเพื่อเปิดบัญชีลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน บริษัทจึงจำเป็นดำเนินการเพื่อใช้ตามคำขอของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน สำหรับการลงทะเบียนเป็นลูกค้ารายใหม่ หรือการเปิดบัญชีลูกค้า ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด เป็นต้น ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัท เช่น การจัดการบัญชี และการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนของลูกค้า เป็นต้น
2 เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูล และสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า หรือบุคคล อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานความยินยอม การที่บริษัท เป็นฝ่ายเข้าขอสัมภาษณ์ สำรวจ และสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อขอเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือการซื้อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า มากจากบุคคลภายนอก เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล และสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน บริษัทจะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันก่อน หรือในขณะที่เก็บข้อมูล
3 เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำสัญญา และการวางหลักประกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อการเข้าทำสัญญา และกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำสัญญา เช่น การตรวจสอบหลักฐานประกอบการทำสัญญา การพิจารณาวงเงินสินเชื่อ และการวางหลักประกัน เป็นต้น ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัท เช่น การบริหารจัดการสัญญา การตรวจสอบยืนยันตัวตนของลูกค้า และการพิจารณาคุณสมบัติของลูกค้า เป็นต้น
4 เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อจากลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นความจำเป็นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาซื้อขาย และบริการ ซึ่งลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นคู่สัญญา เช่น การสั่งซื้อผ่านช่องทางใดๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของบริษัท โดยตรง หรือช่องทางของบุคคลที่สาม อาทิ ณ จุดขาย ผ่านเว็ปไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นๆเป็นต้น ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือของบุคคลอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัท เช่นการบริหารจัดการคำสั่งซื้อจากลูกค้า และการตรวจสอบยืนยันตัวตนของลูกค้า เป็นต้น
5 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเตรียมสินค้า และ/หรือบริการ และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นคู่สัญญา เช่น การจัดส่งสินค้า การวางบิล การยืนยันยอดหนี้ค้างชำระ และการจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นต้น ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่ลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัท เช่น การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เป็นต้น
6 เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าในระบบของบริษัทฯ ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในระบบของบริษัท ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7 เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในการร้องเรียน หรือส่งข้อเสนอแนะจากลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัท
8 เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ เสนอสินค้า และบริหาร รวมถึงเพื่อกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท และบริษัทในเครือ ฐานความยินยอม บริษัทอาจดำเนินกิจกรรมทางการตลาดใดๆ อาทิ การส่งข้อความเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดให้แก่ลูกค้า การขอถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวของลูกค้า เพื่อนำไปประมวลภาพ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการตลาดตามช่องทางสื่อต่างๆ บริษัทจะดำเนินการโดยขอความยินยอมจากท่านก่อน หรือขณะที่ดำเนินกิจกรรม
9 เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์การใช้งาน เว็ปไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นๆ ของท่าน เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัท หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ฐานะประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการใช้งานเว็ปไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นๆ เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัท เช่น การปรับปรุงเว็ปไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นๆ การพัฒนาคุณภาพสินค้า และบริการตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่อง และปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และบริการ ฐานความยินยอม ในกรณีที่บริษัท เก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม และทำโฆษณาแบบเจาะจงตามพฤติกรรมของท่าน หรือทำการตลาดแบบตรง หรือในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากท่านก่อน หรือขณะดำเนินการ
10 เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ ของบริษัท เช่น การดำเนินการตามคำขอใช้บริการ การตอบข้อซักถาม หรือข้อเสนอแนะของท่าน เป็นต้น
11 เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ฐานกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัท อาทิ กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
12 เพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสูซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัท ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัทในขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวน และ/หรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดี ในชั้นศาล เป็นต้น
13 เพื่อการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดใดๆ ข้างต้น ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นของบริษัท และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน หรือระหว่างการดำเนินการ
14 เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่บริษัท จะแจ้งให้ท่านทราบ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้ ทั้งนี้หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน หรือระหว่างการดำเนินการ

เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัท จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น ในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญา หรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ ตามแต่กรณีที่อาจเกิดขึ้นนั้น

ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือยกเลิกการซื้อขาย หรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด และตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้แก่บุคคล และหน่วยงานดังต่อไปนี้

1. เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัท ซึ่งหมายความรวมถึง ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น

2. คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมาย หรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ในการให้บริการต่างๆ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการเก็บข้อมูล บริการชำระเงิน บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการทำการตลาด หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

3. บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาของบริษัท อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายใน และภายนอกบริษัท

4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการอาหาร และยา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

5. บุคคล หรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคล หรือหน่วยงานนั้นๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่างๆ ของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไป

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กำหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน หรือระหว่างการดำเนินการ

7. ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผย และเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐาน และหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ กรณีที่บริษัท ส่งหรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนด โดยบริษัทจะขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ

นอกจากนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กำหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้น หรือที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัท และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

ในเบื้องต้นบริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว หากกฎหมายอนุญาต หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัท

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บ หรือระบบของบริษัท และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัท (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัท ตามแนบท้ายประกาศฉบับนี้

สิทธิต่างๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำรองขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

– บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

– เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

– โทรศัพท์ 02-319-4949

– โทรสาร 02-319-7337

– อีเมล์ pdpa@sappe.com

การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

4.ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy notice) สำหรับคู่ค้า

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับคู่ค้า

ของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ

เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆในอนาคต บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) (ต่อไปในประกาศฉบับนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) จึงจัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)ของบริษัท และบริษัทในเครือนี้ เพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัท ปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ได้แก่ วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีอัตโนมัติ หรือไม่ก็ตาม ที่ทำให้สามารถเข้าถึง หรือพร้อมใช้งานโดยการจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัด หรือการห้ามเข้าถึง การลบ หรือการทำลาย

บริษัทจึงขอแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านอ่าน และทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่างๆ ภายใต้ประกาศฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

กลุ่ม หรือประเภทของบุคคลที่บริษัท ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ประกาศ ฉบับนี้ กลุ่มหรือประเภทของบุคคลที่บริษัท ทำการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย

  1. “ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า” หมายถึง บุคคลที่อาจเป็นคู่ค้ากับบริษัท ทั้งในกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้แสดงเจตนาจะเข้าทำสัญญา และ/หรือลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัท และในกรณีที่บริษัท เป็นฝ่ายเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยการตัดสินใจของบริษัทเอง เช่น พ่อค้า ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยาพร ผู้ทำธุรกิจอื่นใด ผู้เข้าร่วมโครงการธุรกิจ คู่สัญญา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณธคล้ายคลึงกัน เป็นต้น
  2. “คู่ค้า” หมายถึง บุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และ/หรือบริการแก่บริษัท หรือได้ลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับทางบริษัท หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับบริษัท เช่น พ่อค้า ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยาพร ผู้ทำธุรกิจอื่นใด ผู้เข้าร่วมโครงการธุรกิจ คู่สัญญา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณธคล้ายคลึงกัน เป็นต้น
  3. “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า” หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือตัวแทนของลูกค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคลากรใดๆ ของลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล และรวมถึง ผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฎในเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้จัดการ ผู้สั่งซื้อ ผู้รับสินค้า และผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น

วิธีที่บริษัท เก็บรวบรวม และรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  1. บริษัทเก็บรวบรวม และรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง

ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทโดยตรง เช่น

– เมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มต่างๆของบริษัท

– เมื่อท่านเข้าทำสัญญากับบริษัท

– เมื่อท่านส่งมอบเอกสาร และสำเนาเอกสารต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฎอยู่มาให้กับบริษัท

– เมื่อท่านสอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชม หรือส่งข้อร้องเรียนต่อบริษัท ทางโทรศัพท์ อีเมล์ โทรสาร ทางไปรษณีย์ หรือแอปพลิเคชัน เป็นต้น

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากบุคคลภายนอก

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจองท่านมาจากบุคคลภายนอก เช่น

– การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านพ่อค้า หรืองานแสดงสินค้า หรือบริการอื่นๆ หรือในบางกรณีบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้า เป็นต้น

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

  1. ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่างๆ ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้กำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
  2. กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทจะเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่บริษัทได้แจ้งไว้แก่ท่านในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกความยินยอมได้ โดยติดต่อมายังบริษัท ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในท้ายของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่าน และดำเนินการตามฐานประมวลผลที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวม และประมวลผลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยตรง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอกได้แก่

  1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ลายมือชื่อ เป็นต้น
  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ ไอดีผู้ใช้สำหรับไลน์แอปพลิเคชัน (Line ID) ข้อมูลจากนามบัตร และข้อมูลผู้ที่สามารถติดต่อได้ เป็นต้น
  3. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของคู่ค้า (เช่น ชื่อ เลขทะเบียน สถานที่ตั้ง และข้อมูลการติดต่อ) เป็นต้น
  4. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขาย เช่น รหัสคู่ค้า รายละเอียดของสินค้า และ/หรือบริการ เงื่อนไขทางการค้า รายละเอียดการส่งสินค้า และ/หรือบริการ รายละเอียดการส่งวัตถุดิบ เลขที่บัญชี และจำนวนเงิน เป็นต้น
  5. ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น จำนวนเงิน วงเงินสินเชื่อ เงื่อนไขการชำระเงิน เลขที่บัญชี ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฎในใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน และใบหักบัญชีเงินฝาก เป็นต้น
  6. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับบริษัท หรือในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนการค้า สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แบบฟอร์มลงทะเบียน สำเนาเอกสารสิทธิ หนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาภพ.09/20 แผนที่ เอกสารที่เป็นหลักประกัน (ถ้ามี) (เช่น หนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Guarantee) และหนังสือค้ำประกันโดยบุคคล) สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน เช็ค และต้นขั้วเช็ค ใบสำคัญจ่าย สำเนาใบอนุญาตให้เป็นทนายความ และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือธุรกิจต่างๆ เป็นต้น
  7. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน
  8. ข้อมูลอื่นๆ เช่น บันทึกเสียงการสนทนา และบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

วัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับ วัตถุประสงค์ ฐานประมวลผลตามกฎหมาย
1 เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ข้อมูล และสำรวจพฤติกรรมข้องคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา ในกรณีที่ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้ามีความประสงค์เข้าทำสัญญาซื้อขาย หรือให้บริการกับบริษัท โดยเป็นฝ่ายยื่นคำขอ หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับทางบริษัทเอง ฐานความยินยอม ในกรณีที่ผู้ที่คาดว่าเป็นคู่ค้าไม่ได้มีคำขอมายังบริษัทว่าประสงค์จะเข้าทำสัญญา ซื้อขาย หรือให้บริการกับบริษัท แต่บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า โดยการตัดสินใจของ บริษัทเอง
2 เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อดำเนินการลงทะเบียนเป็นคู่ค้า หรือการดำเนินการอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
3 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำรายงาน และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
4 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อจัดจ้าง และการคัดเลือกคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอเข้าเสนอราคาของคู่ค้าที่เสนอราคา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ก่อนเข้าทำสัญญาซื้อขาย สัญญาให้บริการ หรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจ และดำเนินการตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท เช่น การตรวจสอบข้อมูล และคุณสมบัติของคู่ค้า เป็นต้น
5 เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดำเนินการตามคำขอต่างๆ ของคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดำเนินการตามคำขอต่างๆของคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในระบบของบริษัท เช่น การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลของคู่ค้า เป็นต้น
6 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำ และการบริหารจัดการสัญญาระหว่าบริษัทกับคู่สัญญาใดๆ ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของคู่สัญญาดังกล่าว ที่ได้แสดงเจตนาเข้าทำสัญญากับบริษัท ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญา (หรือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือตัวแทนของคู่สัญญา ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการจัดทำ และการบริหารจัดการสัญญาของบริษัท เช่น การตรวจสอบยินยันตัวตน และคุณสมบัติของคู่สัญญา เป็นต้น
7 เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ซึ่งเข้าทำกับคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานสัญญา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ซึ่งเข้าทำกับ คู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น การสั่งซื้อสินค้า หรือบริการ การตั้งหนี้ และชำระราคาสินค้า หรือบริการ และการรับสินค้า หรือบริการ เป็นต้น
8 เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารกับ คู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจกับคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น การติดต่อประสานงานกับคู่ค้า หรือตัวแทนของคู่ค้า เพื่อการับสินค้า หรือบริการ เป็นต้น
9 เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฎิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ฐานกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัท อาทิ กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
10 เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัท ในขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมาย ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัท ในขั้นตอนต่างๆตามกฎหมาย เช่น การสอบสวน และ/หรือการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น
11 เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยของบุคคล และทรัพย์สินของบริษัท ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัท เช่น การใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สินของบริษัท หรือใช้เพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สิน หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทำให้ทรัพย์สินของบริษัทสูญหาย หรือเสียหาย เป็นต้น ฐานป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
12 เพื่อการดำเนินการใดๆที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นของบริษัท และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไห้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัท จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น ในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญา หรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ ตามแต่กรณีที่อาจเกิดขึ้นนั้น

ในกรณีที่บริษัท จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น บริษัทจะจัดให้มีนโยบาย หรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลเพิ่มเติม และ/หรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านโยบาย หรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฉบับนี้ และ/หรือหนังสือดังกล่าว แล้วแต่กรณี

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด และตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้แก่บุคคล และหน่วยงานดังต่อไปนี้

  1. เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัท บริษัทในเครือ ซึ่งหมายความรวมถึง ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น
  2. คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมาย หรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ในการให้บริการต่างๆ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการเก็บข้อมูล บริการชำระเงิน บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการทำการตลาด บริการประกันชีวิต บริการประกันวินาศภัย หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  3. บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาของบริษัท อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายใน และภายนอกบริษัท
  4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการอาหาร และยา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
  5. บุคคล หรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคล หรือหน่วยงานนั้นๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่างๆ ของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไป
  6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กำหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน หรือระหว่างการดำเนินการ
  7. ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผย และเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐาน และหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ กรณีที่บริษัท ส่งหรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนด โดยบริษัทจะขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ

นอกจากนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กำหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้น หรือที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัท และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

ในเบื้องต้นบริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว หากกฎหมายอนุญาต หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัท

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บ หรือระบบของบริษัท และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัท (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัท ตามแนบท้ายประกาศฉบับนี้

สิทธิต่างๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

– บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

– เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

– โทรศัพท์ 02-319-4949

– โทรสาร 02-319-7337

– อีเมล์ pdpa@sappe.com

การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

5.ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ถือหุ้น

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ถือหุ้น

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.ฯ”) และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่จะประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการ และ/หรือ ที่กฎหมายกำหนดให้กระทำการได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

1.1 เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือก่อนที่จะเข้าทำสัญญากับบริษัท

1.2 เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือภาระข้อผูกพันตามกฎหมาย

1.3 เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก)

1.4 เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตัวตนของผู้ถือหุ้น รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น

1.5 เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของบริษัท ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยังคงคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านนั้นไม่เหนือไปกว่าประโยชน์ของบริษัท

1.6 เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัท ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท

2.1 แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

• ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจองหุ้น/หุ้นกู้ เข้าชื่อซื้อหุ้น/หุ้นกู้ การจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้ถือหุ้นกู้หรือจากเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น

• การติดต่อกับท่านผ่านการประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมสามัญ/วิสามัญประจำปีของบริษัท หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เช่น กล้องวงจรปิด อุปกรณ์บันทึกภาพ เป็นต้น

• การสนทนาระหว่างท่าน และบริษัท รวมถึงบันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล์ บันทึกข้อความ หรือวิธีการอื่นใด

• ข้อมูลที่บริษัท ได้รับหรืออาจได้รับเมื่อท่านเข้าใช้ระบบ เครื่องมือ หรือเว็บไซต์ของบริษัท

• การเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ของบริษัท

ในบางกรณี บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลอื่น เช่น เช่น นายทะเบียนหุ้น นายทะเบียนหลักทรัพย์ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เป็นต้น

2.2 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

• ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ ภาพถ่าย ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

• ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร อีเมล์

• ข้อมูลอาชีพ: ประสบการณ์และประวัติการทำงาน และบริหารหรือการดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นหรือกิจการอื่น ๆ

• ข้อมูลครอบครัว: ชื่อ และข้อมูลอื่น ๆ ของคู่สมรสและสมาชิกในครอบครัว และผู้อยู่ในความอุปการะของท่าน รวมถึงการถือหุ้น ประวัติการจ้างงาน และการบริหารหรือการดำรงตำแหน่งในบริษัทหรือกิจการอื่น ๆ ของบุคคลดังกล่าว

• ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรม: ข้อมูลบัญชีธนาคาร

• รายละเอียดการถือหุ้น: เลขทะเบียนผู้ถือหุ้น บันทึกของผู้ถือหุ้น รวมถึงการถือครองหุ้น จำนวนหุ้น/ หุ้นกู้ การจองหุ้น/หุ้นกู้ การซื้อหุ้น/หุ้นกู้ การจำหน่ายหุ้น สิทธิในการรับเงินปันผล การลงคะแนนเสียง การแต่งตั้งผู้รับมอบฉันทะ คำเสนอซื้อและเสนอขาย เงื่อนไขในการใช้สิทธิ และวันใช้สิทธิ สำเนาข้อซักถามและข้อร้องเรียนของผู้ถือหุ้น และการติดต่ออื่น ๆ ระหว่างท่านและบริษัท ในฐานะผู้ถือหุ้น

• ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญา : ข้อกำหนด และเงื่อนไขของสัญญาผู้ถือหุ้นของท่าน

• ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data):

o ข้อมูลศาสนา

o ข้อมูลสุขภาพ เช่น การแพ้อาหาร แพ้ยา

บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านบางประเภท เพื่อให้ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านในฐานะผู้ถือหุ้น และเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัท จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้

2.3 การปฏิเสธให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

ในกรณีที่บริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท บริษัท อาจปฏิเสธการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัท อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัท ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น • เพื่อให้ท่านใช้สิทธิของท่านในฐานะผู้ถือหุ้น การลงคะแนนเสียง การแต่งตั้งผู้รับมอบฉันทะ • เพื่อการลงทะเบียนสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมทั้งเก็บรักษาและทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน • เพื่อจ่ายเงินปันผล • เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรวมถึงจดหมายถึงผู้ถือหุ้น หนังสือบอกกล่าวเชิญประชุม ประกาศ และข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผล รายงานการประชุม รวมถึงการประชุมสามัญประจำปีของบริษัท และการประชุมวิสามัญอื่น ๆ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งคราว • เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ผู้มีอำนาจ รวมถึงนายทะเบียนหุ้น นายทะเบียนหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในจัดการการถือหุ้นของท่านในนามของบริษัท • เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย • ฐานสัญญา • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
• เพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพและการแพ้อาหารของผู้ถือหุ้นที่สนใจเข้าร่วมประชุม หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัท • เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐานเอกสารการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว • ฐานความยินยอม
• เพื่อการตรวจสอบกิจการภายใน และการบริหารจัดการธุรกิจของบริษัท อย่างมีประสิทธิภาพ • เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก) • เพื่อจัดกิจกรรมให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมและรู้ถึงกิจการของบริษัทโดยสังเขป เช่น จัดกิจกรรมเยี่ยมชมบริษัท • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

4.1 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

• ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับบริษัท หรือให้บริการแก่บริษัท ทั้งนี้รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว

• ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน

• คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน

• บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยรวมถึงการโอนสิทธิ หรือหน้าที่ใด ๆ ซึ่งบริษัท มีอยู่ภายใต้สัญญาระหว่าง บริษัท และท่าน

• หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชี และบุคคลใด ๆ ซึ่งแต่งตั้ง หรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท

• หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหา และป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ

• บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการกิจการต่าง ๆ ในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ

• บุคคลใด ๆ ที่บริษัท ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

4.2 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัท โดยบริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

5. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม การจัดทำบันทึกกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลา ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และ/หรือตามความจำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์จามข้อ 1. โดยบริษัทจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานานกว่านั้น

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่านและ จะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์ บางประการ อย่างทันท่วงที

ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถ ทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณธกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำรองขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

7. วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

– บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

– เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

– โทรศัพท์ 02-319-4949 โทรสาร 02-319-7337

– อีเมล์ pdpa@sappe.com

8. การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

6.ระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

ระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

ข้อมูลส่วนบุคคล

หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

ผู้รับผิดขอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน คือ

แผนกทรัพยากรบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน ดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเฉพาะที่จำเป็นเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน และพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัครเท่านั้น ประกอบด้วย ชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทร email ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ความสามารถ และค่าจ้าง รวมถึงใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (กรณีสมัครงานตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์) โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สมัครงาน เนื่องจากเป็นการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลจากฐานสัญญา

2. ข้อมูลอาชญกรรม เฉพาะตำแหน่งที่ระบุไว้ในคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งงาน เช่น พนักงานฝ่ายบัญชี และการเงิน ซึ่งจะดำเนินการเก็บข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด

3. ข้อมูลสุขภาพ เฉพาะส่วนที่มีผลกระทบต่อการทำงาน โดยได้รับข้อมูลเบื้องต้นโดยตรงจากการแจ้งของผู้สมัครงานเอง และรับข้อมูลจากโรงพยาบาลที่ผู้สมัครงานไปทำการตรวจสุขภาพ โดยไม่ต้องขอความยินยอม เนื่องจากเป็นการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดในการประเมินความสามารถในการทำงาน และควบคุมโรคติดต่อ

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจาก 2 ช่องทาง ดังนี้

1. บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้สมัครงานโดยตรง โดยบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจากขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

1.1 ขั้นตอนการสมัครงาน กับบริษัท จากใบสมัครงาน หรือ CV ที่ผู้สมัครงานจัดส่ง

1.2 จากความสมัครใจของผู้สมัครงาน ในการให้เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน เพื่อยืนยันข้อมูลกับใบสมัครงาน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบรับรองการศึกษา ใบรับรองประวัติการทำงาน สลิปเงินเดือน

1.3 การขอใช้สิทธิของผู้สมัครงาน

2. บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจากบุคคลที่ 3 ดังต่อไปนี้

2.1 ข้อมูล CV หรือ Resume จากบริษัทจัดหางาน หรือบริษัทที่ทำหน้าที่ Headhunter โดยได้รับข้อมูลด้วยิวิธีการ ดังต่อไปนี้

(ก) ได้รับทาง email

(ข) ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์

(ค) ได้รับเป็นเอกสาร

การแจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และสิทธิของผู้สมัครงาน

บริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และสิทธิของผู้สมัครงานให้ทราบจากหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานที่แนบพร้อมใบสมัครงาน หรือการแจ้งด้วยวาจาให้ผู้สมัครงานทราบโดยตรงเมื่อเข้ามารับการสัมภาษณ์งาน

การเก็บรวบรวม การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล

1. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน และการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครงานในการบรรจุเข้าเป็นพนักงาน

2. ลักษณะการจัดเก็บ

แบ่งเป็น

  • เอกสารไว้ที่แฟ้มเอกสารผู้สมัครงานภายในตู้เอกสารของฝ่ายทรัพยากรบุคคลในส่วนของงานสรรหา และคัดเลือก
  • จัดเก็บเป็นไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไว้ที่โฟลเดอร์เฉพาะของงานสรรหา และคัดเลือก

3. ระยะเวลาจัดเก็บ

บริษัทจะเก็บข้อมูลพนักงานจากขั้นตอนการสมัครงานจนถึงการสัมภาษณ์งาน และเก็บรักษาข้อมูลของผู้สมัครงานจนเสร็จสิ้นการพิจารณาการสมัครงานที่ผู้สมัครงานได้ทำการสมัครไว้ในตำแหน่งนั้น โดยหากผู้สมัครงานไม่ผ่านการพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัครบริษัทจะทำลายข้อมูลภายใน 6 เดือน ยกเว้นผู้สมัครงานที่มีการพิจารณาเป็นผู้มีศักยภาพ (Potential) ที่อาจเหมาะสมในการเก็บไว้สำรอง บริษัทจะเก็บข้อมูลไว้ 1 ปี

4. เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ

เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือบริษัทไม่มีสิทธิ หรือไม่สามารถอ้างหลักฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานแล้ว บริษัทจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ด้วยเครื่องย่อยเอกสาร และลบไฟล์ข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบ

5. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะดำเนินการ ดังนี้

  • เก็บรวบรวม ผู้ที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจะทำการพิมพ์เป็นเอกสารออกมาเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสัมภาษณ์งาน และมีการเก็บไฟล์ข้อมูลรักษาไว้ที่โฟลเดอร์เฉพาะของงานสรรหา และคัดเลือก
  • ใช้ เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยข้อมูลสรุปการประเมินผู้สมัครงาน และข้อมูลผู้สมัครงานเพื่อให้ผู้พิจารณาการสรรหา และสัมภาษณ์ทำการคัดเลือก และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ทำการสัมภาษณ์รอบแรก
  • เปิดเผยข้อมูล เฉพาะคณะกรรมการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน

การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

บริษัทจะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานสำหรับข้อมูลเอกสารจะเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารผู้สมัครงานภายในตู้เอกสารของฝ่ายทรัพยากรบุคคลในส่วนของงานสรรหา และคัดเลือก ซึ่งผู้ประมวลผลเท่านั้นที่จะมีกุญแจ และทำการปิดล็อคกุญแจเสมอ

สำหรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะทำการป้องกัน โดยการกำหนดให้ผู้ประมวลผลเท่านั้น ที่มีสิทธิในการพิมพ์ หรือทำสำเนาก่อนเก็บรักษาข้อมูลไว้ที่โฟลเดอร์เฉพาะข้อมูลผู้สมัครงาน และทำเป็นโฟลเดอร์ย่อยของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะมีการจำกัดสิทธิให้เข้าถึง (Access Control) ได้เฉพาะผู้ประมวลผล และผู้พิจารณาการสรรหา และคัดเลือกในแต่ละตำแหน่งงาน

ผู้สมัครงานมีสิทธิในการดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ผู้สมัครงานมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้สมัครงานได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้สมัครงานอยู่กับบริษัท

2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครงานมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ผู้สมัครงาน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้สมัครงานไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้

3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ผู้สมัครงานมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครงานมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลของผู้สมัครงานด้วยเหตุบางประการได้

5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครงานมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้สมัครงานด้วยเหตุบางประการได้

6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครงานมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานที่ ผู้สมัครงานให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวผู้สมัครงานเองด้วยเหตุบางประการได้

7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครงานมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานด้วยเหตุบางประการได้

ทั้งนี้ ผู้สมัครงานสามารถติดต่อมายังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ผู้จัดการฝ่าย ทรัพยากรบุคคล เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้น โดยผู้สมัครงานไม่จำเป็นต้อง เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการดำเนินตามสิทธิข้างต้น โดยบริษัทจะพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องของผู้สมัครงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

  • 1) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

โทรศัพท์ 02-319-4949 ต่อ 1402

อีเมล์ hr@sappe.com

หรือ

  • 2) คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โทรศัพท์ 02-319-4949

อีเมล์ pdpa@sappe.com

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม

7.ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมลงทุน

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมลงทุน

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.ฯ”) และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่จะประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการ และ/หรือ ที่กฎหมายกำหนดให้กระทำการได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

1.1 เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของบริษัท ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยังคงคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านนั้นไม่เหนือไปกว่าประโยชน์ของบริษัท

1.2 เพื่อการการทำธุรกรรม รวมถึงการประเมินความเสี่ยงในการลงทุนตามกระบวนการ กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้

1.3 เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน การรายงานภายใน การรายงานภายใน การวิเคราะห์ข้อมูล

1.4 เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก)

1.5 เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัท ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการพิจารณาคุณสมบัติของท่านในฐานะผู้ที่สนใจร่วมลงทุนกับบริษัท

2.1 แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

• ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาคุณสมบัติของท่านในฐานะผู้ที่สนใจร่วมลงทุนกับบริษัท เช่น ข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของท่าน

• การสนทนาระหว่างท่าน และบริษัท รวมถึงบันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล์ บันทึกข้อความ หรือวิธีการอื่นใด

• เมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของบริษัท และ/หรือ

• เมื่อท่านทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏแก่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านทาง Social Media เช่น LinkedIn ในกรณีดังกล่าว บริษัท จะเลือกเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ท่านเลือกให้ปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น

2.2 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

• ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏอยู่บนเอกสารที่ราชการออกให้เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี สัญชาติ ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ ข้อมูลการยืนยันตัวตน ภาพถ่าย ภาพหรือบันทีกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

• ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์

• ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data):

o ข้อมูลศาสนา

o ข้อมูลประวัติการฟ้องร้อง ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลประวัติอาชญากรรม ข้อมูลประวัติอาชญากรรมด้านการฟอกเงิน

บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านบางประเภท เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติของท่านในฐานะผู้ที่สนใจร่วมลงทุนกับบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัท จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้

ในกรณีที่บริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท บริษัท อาจปฏิเสธการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัท อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัท ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน • เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมลงทุนกับท่าน • เพื่อสื่อสารกับท่านระหว่างกระบวนการพิจารณาคุณสมบัติของท่าน และเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงผลการพิจารณา • เพื่อปฏิบัติตามคำร้องขอตามสิทธิที่ท่านมีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท • เพื่อจัดการกับข้อพิพาททางกฎหมาย • เพื่อบริหารจัดการความปลอดภัยของบริษัท เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน และโดยรอบบริษัทซึ่งอาจมีการเก็บภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงของท่าน หรือ การแลกบัตรผ่านเข้าออก • เพื่อจัดเก็บเอกสารสำหรับตรวจสอบ อ้างอิง • เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน การรายงานภายใน การรายงานภายใน การวิเคราะห์ข้อมูล • เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก) • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
• เพื่อสืบหา ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และประวัติอาชญากรรมด้าน AML และการป้องกันอาชญากรรม • ฐานความยินยอม

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

4.1 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

• ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับบริษัท หรือให้บริการแก่บริษัท ทั้งนี้รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว

• ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน

• คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน

• บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยรวมถึงการโอนสิทธิ หรือหน้าที่ใด ๆ ซึ่งบริษัท มีอยู่ภายใต้สัญญาระหว่าง บริษัท และท่าน

• หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชี และบุคคลใด ๆ ซึ่งแต่งตั้ง หรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท

• หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหา และป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ

• บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการกิจการต่าง ๆ ในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ

• บุคคลใด ๆ ที่บริษัท ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

4.2 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัท โดยบริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

5. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม การจัดทำบันทึกกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และ/หรือตามความจำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์จามข้อ 1. โดยบริษัทจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานานกว่านั้น

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่านและ จะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์ บางประการ อย่างทันท่วงที

ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถ ทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณธกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำรองขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

7. วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

– บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

– เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

– โทรศัพท์ 02-319-4949 โทรสาร 02-319-7337

– อีเมล์ pdpa@sappe.com

8. การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

8.ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคคลภายนอก ผู้มาติดต่อ

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคคลภายนอก ผู้มาติดต่อ

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.ฯ”) และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่จะประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1.

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการ และ/หรือ ที่กฎหมายกำหนดให้กระทำการได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

1.1 เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือภาระข้อผูกพันตามกฎหมาย

1.2 เพื่อการรักษาความปลอดภัย

1.3 เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก)

1.4 เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของบริษัท ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยังคงคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านนั้นไม่เหนือไปกว่าประโยชน์ของบริษัท

1.5 เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัท ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท ในฐานะผู้มาติดต่อของบริษัท

2.1 แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

  •              – ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่เป็นต้น

– การบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด อุปกรณ์บันทึกภาพ

  •              – การสนทนาระหว่างท่าน และบริษัท รวมถึงบันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล์ บันทึกข้อความ หรือวิธีการอื่นใด
  •              – เมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท
  •              – การเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ของบริษัท

ในบางกรณี บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลอื่น เช่น หน่วยงานสาธารณะ หน่วยงานราชการ หน่วยงานคัดกรองแหล่งข้อมูล ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ เช่น โปรไฟล์ทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

2.2 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

  •              – ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏอยู่บนเอกสารที่ราชการออกให้เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน สัญชาติ ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน ลายมือชื่อ ภาพถ่าย ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
  •              – ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์
  •              – ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์: ที่อยู่ IP คุกกี้ บันทึกกิจกรรม ข้อมูลระบุตัวตน และข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

2.3 การปฏิเสธให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

ในกรณีที่บริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท บริษัท อาจปฏิเสธการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3.

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัท อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัท ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อดำเนินการตามกฎ ระเบียบ ข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานราชการหน่วยงานสาธารณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง • เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย • ฐานสัญญา • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
• เพื่อยืนยันตน • เพื่อลงทะเบียนผู้มาติดต่อ • เพื่อการเข้าพื้นที่ของบริษัท • เพื่อดำเนินการตรวจสอบกิจการภายในของบริษัท • เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก) • เพื่อปกป้องสถานะทางกฎหมายของบริษัท • เพื่อจัดการ และบริหารธุรกิจของบริษัท อย่างมีประสิทธิภาพ • เพื่อจัดกิจกรรมทางสังคม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่บริษัท จัดขึ้น • เพื่อป้องกันอาชญากรรม และบริหารจัดการความปลอดภัยของบริษัท เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน และโดยรอบบริษัท ซึ่งอาจมีการเก็บภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงของท่าน • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

4.

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

4.1 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

  •              ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับบริษัท หรือให้บริการแก่บริษัท ทั้งนี้รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว
  • ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน
  • คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน
  • บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยรวมถึงการโอนสิทธิ หรือหน้าที่ใด ๆ ซึ่งบริษัท มีอยู่ภายใต้สัญญาระหว่าง  บริษัท และท่าน
  • หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชี และบุคคลใด ๆ ซึ่งแต่งตั้ง หรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท
  • หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหา และป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ
  • บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการกิจการต่าง ๆ ในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ
  • บุคคลใด ๆ ที่บริษัท ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

4.2 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัท โดยบริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม การจัดทำบันทึกกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมของท่านสิ้นสุดลง โดยบริษัทจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานานกว่านั้น

6.

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่านและ จะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์ บางประการ อย่างทันท่วงที

ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำรองขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

7.

วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

  •              – บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
  •              – เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
  •              – โทรศัพท์ 02-319-4949 โทรสาร 02-319-7337
  •              – อีเมล์ pdpa@sappe.com

8. การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

9.นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกล้องวงจรปิด

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกล้องวงจรปิด

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ได้ติดตั้ง และใช้กล้องวงจรปิดสำหรับ สังเกตการณ์ และบันทึกภาพบุคคลที่อยู่ในบริเวณอาคาร และสถานที่ของบริษัท เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ก็บรวบรวมจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ดังที่จะกล่าวในนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิดฉบับนี้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิด”)

ขอบเขตนโยบาย

นโยบายนี้ครอบคลุมถึง

1. วิธีที่บริษัทใช้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ

2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4. ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

5. สิทธิของข้าวของข้อมูลส่วนบุคคล

6. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

7. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิด

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

เมื่อท่านอยู่ใน และบริเวณโดยรอบของอาคาร และสถานที่ของบริษัท ข้อมูลของท่านจะถูกบันทึกผ่านระบบ รักษาความปลอดภัยของบริษัท เช่น ระบบกล้องวงจรปิด ในรูปแบบเอกสาร และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ

  •         – ภาพถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกไว้
  •         – อุณหภูมิร่างกายผ่านเครื่องตรวจจับอุณหภูมิ (Thermal Scan)

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท จะดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่ของบริษัท หรือบุคคลใดๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง หรือที่จะกระทำการแทน หรือในนามบริษัทที่จำเป็นในการควบคุม และรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคาร และสถานที่ของบริษัท อาจอาศัย (1) ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) และ (2) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation) ดังนี้

1. เพื่อควบคุมการเข้าอาคาร และสถานที่ ตลอดจนเพื่อสังเกตการณ์ ป้องกัน ขัดขวาง และตรวจสอบการเข้าอาคาร และสถานที่โดยมิได้รับอนุญาต เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคาร และสถานที่ของบริษัท

2. เพื่อควบคุมการเข้าถึงแหล่งเทคโนโลยีสารสนเทศ และฐานข้อมูลของบริษัท

3. เพื่อจัดเก็บข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิดไว้ในฐานข้อมูลของบริษัท รวมทั้งเพื่อดูดแล และตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดตามวัตถุประสงค์ข้างต้น

4. เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ รวมถึงการดำเนินการที่จำเป็นในกระบวนการทางกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

5. เพื่อป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรวจ หรือโรคระบาด

6. ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือดำเนินการประมวลผลใดๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากที่วัตถุประสงค์ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้มราเว็ปไซต์ของบริษัท หรือแจ้งเป็นประกาศให้ท่านทราบ

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยนโยบาย และแนวปฏิบัติ บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เก็บรวบรวมผ่านระบบกล้องวงจรปิดดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอก แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการดังกล่าวเท่านั้น เช่น คำสั่งจากศาล, คำสั่งจากอัยการ หรือคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น

ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 120 วัน นับแต่วันที่ท่านได้เข้าอาคาร หรือสถานที่ของบริษัท หรือหลังจากครบกำหนดอายุความในคดีตามกฎหมาย เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ภาพที่บันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดนั้นจะถูกลบโดยอัติโนมัติ

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียด
สิทธิขอถอนความยินยอม (Right to withdraw consent) หากท่านได้ให้ความยินยอม บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับ หรือหลังจากนั้นท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (Right to access) ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัท ทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แกท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาการได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (Right to data portability) ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัท ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่าน หรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ทีทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้ง: – มีสิทธิขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ – มีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
สิทธิขอคัดค้าน (Right to object) านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์
สิทธิขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูล (Right to erasure/destruction) ท่านมีสิทธิขอลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (Right to restriction of processing) ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัท หมดความจำเป็น และต้องลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (Right to rectification) ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิร้องเรียน (Right to lodge a complaint) ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณธที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยติดต่อมาที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตามรายละเอียดท้ายนโยบายนี้ บริษัทจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำขอใช้สิทธิจากท่าน ตามแบบฟอร์ม หรือวิธีการที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัท ปฏิเสธคำขอ บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ข้อความ (SMS) อีเมล์ โทรศัพท์ หรือจดหมาย เป็นต้น

มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภาพถ่าย หรือภาพที่ถูกบันทึกข้างต้นไว้โดยบริษัท สามารถเข้าถึงได้โดยแผนกไอที, แผนกบริหารทรัพยากรบุคคล ผู้บริหารของบริษัท และบริษัทคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้รับจ้างดำเนินการเกี่ยวกับระบบกล้องวงจรปิด ในการนี้ บริษัทได้จำกัดการเข้าถึงระบบกล้องวงจรปิดในระดับสูงซึ่งจะมีการป้องกันโดยการกำหนดรหัสผ่าน (Password) และบันทึกการเข้าสู่ระบบ และการปฏิบัติการใดๆ ของผู้เข้าถึงระบบกล้องวงจรปิด และข้อมูลส่วนบุคคลมิอาจเข้าถึงได้โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้จัดการฝ่ายบริหารงานทั่วไปของบริษัท

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดอย่างปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด หากท่านมีเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกละเมิด หรือมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิดฉบับนี้ กรุณาติดต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตามแนบท้ายนโยบายนี้

การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิด

บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิดได้ตลอดเวลาตามที่เห็นสมควร โดยแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงดังกล่าวเอาไว้ในเว็ปไซต์ของบริษัท ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามหลักการรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกัน ทางกายภาพ (Physical Safeguard) ในเรื่องการเข้าถึง หรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) ด้วย

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่อทางต่างๆ เช่น เว็ปไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล์ โทรศัพท์ หรือจดหมาย เป็นต้น

รายละเอียดการติดต่อ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ สามารถติดต่อบริษัทได้ที่

  • 1) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

โทรศัพท์ 02-319-4949 ต่อ 1402

อีเมล์ hr@sappe.com

หรือ

  • 2) คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โทรศัพท์ 02-319-4949

อีเมล์ pdpa@sappe.com

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

10.ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “พ.ร.บ.ฯ”) และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่จะประกาศใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการ และ/หรือ ที่กฎหมายกำหนดให้กระทำการได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

1.1 เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของบริษัท ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยังคงคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านนั้นไม่เหนือไปกว่าประโยชน์ของบริษัท

1.2 เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัท ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไปของกระบวนการกิจกรรมเพื่อสังคม

2.1 แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

  •              – ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสมัคร ลงทะเบียน หรือลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัท หรือผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือจากเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น
  •              – การติดต่อกับท่านผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือโดยวิธีอื่น เช่น อุปกรณ์บันทึกภาพและ/หรือเสียง เป็นต้น
  •              – การสนทนาระหว่างท่าน และบริษัทรวมถึงบันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล์ บันทึกข้อความ หรือวิธีการอื่นใด

2.2 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (ต่อไปในประกาศนี้รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

  •              – ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อาชีพ ลายมือชื่อ ภาพถ่าย และภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
  •              – ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์
  •              – ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรม:  ข้อมูลรายละเอียดอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารการเข้าร่วมกิจกรรม
  •              – ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data):
    •              – ข้อมูลศาสนา
    •              – ข้อมูลสุขภาพ (เช่น การแพ้อาหาร แพ้ยา)

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านบางประเภท เพื่อใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้

2.3 การปฏิเสธให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

ในกรณีที่บริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท บริษัทอาจปฏิเสธการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3.การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัท ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
• เพื่อการจัดกิจกรรมของบริษัทและการเข้าร่วมกิจกรรมของท่าน • เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับข้อมูลการจัดกิจกรรม ของบริษัท • เพื่อบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวของท่าน และ บรรยากาศของการจัดกิจกรรม • เพื่อทำการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของบริษัท • เพื่อจัดทำเอกสาร ภาพประกอบ เพื่อเก็บบันทึกไว้เป็น ส่วนหนึ่งของบันทึกประวัติของบริษัท ซึ่งอาจมีการเผยแพร่ หรือตีพิมพ์เป็นหนังสือ หรือผ่านสื่อออนไลน์ของบริษัท • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
• เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐานเอกสารการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการแพ้อาหาร • ฐานความยินยอม

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

4.1 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

  •              – ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับบริษัท หรือให้บริการแก่บริษัท เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดกิจกรรม ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ สื่อมวลชน ทั้งนี้รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว
  •              – หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในครั้งนั้น ๆ
  • สถาบันทางการเงิน และผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้รับประกันและตัวแทนหรือนายหน้าของผู้รับประกัน ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการทางวิชาชีพ
  •              – ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน
  •              – คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน
  •              – บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ของ หรือในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ
  •              – บุคคลใด ๆ ที่บริษัทได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

4.2 การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัท โดยบริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

5. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม การจัดทำบันทึกกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมของท่านสิ้นสุดลง โดยบริษัทจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานานกว่านั้น

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่านและ จะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์ บางประการ อย่างทันท่วงที

ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล คำอธิบาย
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัท อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้
สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติต่อบริษัท โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 9 ของประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบ และวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำรองขอใช้สิทธิของท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้

7. วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

  •              – บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
  •              – เลขที่ 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
  •              – โทรศัพท์ 02-319-4949
  •              – โทรสาร 02-319-7337
  •              – อีเมล์ pdpa@sappe.com

8. การเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้โดยบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศที่มีความสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565

11.แบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

แบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ช่องทางการติดต่อ

ชื่อ: คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

สถานที่ติดต่อ: 71 อาคาร SP Arcade ชั้น 3 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

ช่องทางการติดต่อ: pdpa@sappe.com

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

Create your account